11/15 2562

ความเป็นมา องค์ประกอบ และบทบาทหน้าที่คณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัด

ความเป็นมา องค์ประกอบ และบทบาทหน้าที่ ของคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดพิจิตร

 

ความเป็นมา

พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๕๐

                  มาตรา ๑๑ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๕๕/๑ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ “มาตรา ๕๕/๑ ในจังหวัดหนึ่งนอกจากกรุงเทพมหานคร ให้มีคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดคณะหนึ่งเรียกโดยย่อว่า ก.ธ.จ. ทำหน้าที่สอดส่องและเสนอแนะ การปฏิบัติภารกิจของหน่วยงานของรัฐในจังหวัด ให้ใช้วิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี และเป็นไปตามหลักการที่กำหนดไว้ในมาตรา ๓/๑” คณะกรรมการธรรมภิบาลจังหวัด ประกอบด้วย ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีเขตอำนาจในจังหวัดเป็นประธาน ผู้แทนภาคประชาสังคม ผู้แทนสมาชิกสภาท้องถิ่นที่ไม่ได้ดำรงตำแหน่งผู้บริหาร และผู้แทนภาคธุรกิจเอกชนเป็นกรรมการ ทั้งนี้ จำนวน วิธีการสรรหา และการปฏิบัติหน้าที่ของ ก.ธ.จ. ให้เป็นไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี

อำนาจหน้าที่ ก.ธ.จ.

                   “ก.ธ.จ.” ทำหน้าที่สอดส่องและเสนอแนะการปฏิบัติภารกิจของหน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่ของรัฐในจังหวัดใช้วิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี และเป็นไปตามหลักการที่กำหนดไว้ในมาตรา ๓/๑ในกรณีที่ ก.ธ.จ.พบว่ามีการละเลย ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ หรือข้อบังคับ หรือมีกรณีที่เป็นการทุจริต ให้เป็นหน้าที่ของ ก.ธ.จ.ที่ต้องแจ้งให้ผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐที่เกี่ยวข้อง แล้วแต่กรณี เพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป

                  มาตรา ๓/๑ การบริหารราชการตามพระราชบัญญัตินี้ต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน            เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ ความมีประสิทธิภาพ ความคุ้มค่าในเชิงภารกิจแห่งรัฐ การลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน การลดภารกิจและยุบเลิกหน่วยงานที่ไม่จำเป็น การกระจายภารกิจและทรัพยากรให้แก่ท้องถิ่น      การกระจายอำนาจตัดสินใจ การอำนวยความสะดวกและการตอบสนองความต้องการของประชาชน ทั้งนี้ โดยมีผู้รับผิดชอบต่อผลของงานการจัดสรรงบประมาณ และการบรรจุแต่งตั้งบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งหรือปฏิบัติหน้าที่ต้องคำนึงถึงหลักการตามวรรคหนึ่งในการปฏิบัติหน้าที่ของส่วนราชการต้องใช้วิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งให้คำนึงถึงความรับผิดชอบของผู้ปฏิบัติงาน การมีส่วนร่วมของประชาชน การเปิดเผยข้อมูล การติดตามตรวจสอบและประเมินผลการปฏิบัติงาน ทั้งนี้ ตามความเหมาะสมของแต่ละภารกิจ

พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. ๒๕๔๖

การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ได้แก่ การบริหารราชการเพื่อบรรลุเป้าหมาย :

                             - เกิดประโยชน์สุขของประชาชน

                             - เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ

                             - ความมีประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่าในเชิงภารกิจแห่งรัฐ

                             - การไม่มีขั้นตอนการปฏิบัติงานเกินความจำเป็น

                             - มีการปรับปรุงภารกิจของส่วนราชการให้ทันต่อสถานการณ์

                             - ประชาชนได้รับการอำนวยความสะดวกและได้รับการตอบสนองความต้องการ

                             - มีการประเมินผลการปฏิบัติราชการอย่างสม่ำเสมอ

                             - ภารกิจสอดคล้องกับแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ และนโยบายของคณะรัฐมนตรีที่แถลงต่อสภา

                             - ปฏิบัติโดยซื่อสัตย์สุจริต ตรวจสอบได้  มุ่งผลประโยชน์สุขประชาชนทั้งในระดับ ประเทศและท้องถิ่น

                             - มีการศึกษาวิเคราะห์ผลดี และผลเสียครบถ้วน ก่อนเริ่มดำเนินการ

                             - ภารกิจที่จะมีผลกระทบต่อประชาชนต้องรับฟังความคิดเห็น

                             - ต้องคอยรับฟังความคิดเห็นและความพึงพอใจของสังคมเพื่อปรับปรุงงาน

                             - มีปัญหาอุปสรรคต้องแก้ไขโดยเร็ว

                             - กรณีเป็นปัญหาจากส่วนราชการอื่นหรือระเบียบที่ออกโดยหน่วยอื่น ต้องแจ้งหน่วยงานนั้นให้แก้ไขโดยเร็ว และแจ้ง ก.พ.ร.ทราบ

                             - ต้องจัดทำแผนปฏิบัติการไว้ล่วงหน้า ก่อนที่จะทำภารกิจใด

                             - แผนปฏิบัติการต้องมีรายละเอียด

                                      - ขั้นตอน ระยะเวลา และงบประมาณ

                                      - เป้าหมายของภารกิจ

                                      - ผลสัมฤทธิ์ของภารกิจ

                                      - ตัวชี้วัดความสำเร็จของภารกิจ

                                      - ต้องมีภารกิจติดตามประเมินผลการปฏิบัติตามแผน

                             - ถ้างานมีผลกระทบต่อประชาชนต้องแก้หรือบรรเทาผลนั้น หรือเปลี่ยนแผน

                             - งานที่เกี่ยวข้องหลายหน่วยงานต้องกำหนดแนวทางปฏิบัติราชการเพื่อให้เกิดการบริหารแบบบูรณาการร่วมกัน

                             - ต้องพัฒนาความรู้ความสามารถขององค์กร ให้มีลักษณะเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้   มีระบบประมวลผลความรู้ด้านต่างๆ เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับสถานการณ์

                             - ส่วนราชการต้องจัดทำแผนปฏิบัติราชการสี่ปี และแผนปฏิบัติราชการประจำปี      ให้สอดคล้องกับแผนบริหารราชการแผ่นดิน (ซึ่งต้องสอดคล้องกับแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐตามรัฐธรรมนูญ)

                             - ส่วนราชการต้องจัดทำรายงานแสดงผลสัมฤทธิ์ของแผนฯ เสนอต่อ ค.ร.ม.ทุกสิ้นปีงบประมาณ

                             - การปฏิบัติภารกิจใดหากต้องได้รับอนุญาต อนุมัติ หรือเห็นชอบจากส่วนราชการอื่น      ส่วนราชการที่มีอำนาจต้องแจ้งผลให้หน่วยงานที่แจ้งภายในสิบห้าวัน หากมีระเบียบหรือกฎหมายให้สามารถดำเนินการเกินสิบห้าวัน ต้องประกาศแจ้งให้หน่วยงานอื่นทราบด้วย

                             - กรณีไม่ได้ดำเนินการให้แล้วเสร็จในเวลา หากเกิดความเสียหายให้ถือว่าข้าราชการที่เกี่ยวข้องและหัวหน้าส่วนราชการนั้นประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง

                             - สศช./สงป.ประเมินความคุ้มค่า : ประโยชน์หรือผลเสียทางสังคมและประโยชน์หรือผลเสียอื่นในการปฏิบัติภารกิจของรัฐเพื่อรายงานคณะรัฐมนตรี

                             - การจัดซื้อหรือจัดจ้าง : โดยเปิดเผยและเที่ยงธรรม คำนึงถึงประโยชน์ และผลเสียทางสังคม คุณภาพและวัตถุประสงค์การใช้

                             - การพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาใด ส่วนราชการต้องพิจารณาวินิจฉัยโดยเร็ว และ  ในกรณีที่พิจารณาโดยอาศัยมติคณะกรรมการ ให้มติของกรรมการผูกพันส่วนราชการที่มีผู้แทนในกรรมการ แม้ว่าการพิจารณาเรื่องนั้น ผู้แทนส่วนราชการนั้นจะมิได้เข้าร่วมประชุม

                             - การสั่งราชการโดยปกติให้กระทำเป็นลายลักษณ์อักษร เว้นแต่กรณีจำเป็นจะสั่งด้วยวาจาก็ได้ แต่ผู้รับคำสั่งนั้นต้องบันทึกคำสั่งด้วยวาจาไว้เป็นลายลักษณ์อักษร และเมื่อได้ปฏิบัติแล้ว ให้รายงานให้  ผู้สั่งทราบเป็นหนังสือโดยอ้างอิงคำสั่งด้วยวาจาไว้ด้วย

                             - ให้มีการกระจายอำนาจการตัดสินใจ (การสั่ง การอนุญาต การอนุมัติ และการปฏิบัติ) เพื่อให้เกิดความสะดวกและรวดเร็วในการบริการประชาชน

                             - จัดทำขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการประชาชนเปิดเผยไว้ให้ประชาชนตรวจดู

                             - ให้มีศูนย์บริการร่วมระดับกรม/กระทรวง และอำเภอ/จังหวัด เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย

                             - มีการทบทวนภารกิจของตนว่าภารกิจใด มีความจำเป็นสมควรจะดำเนินการต่อไปหรือไม่

                             - มีการตรวจสอบ ทบทวนกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับและประกาศให้ทันสมัยเหมาะสม โดยคำนึงถึงความสะดวกรวดเร็ว และลดภาระของประชาชนเป็นสำคัญ

                             - การปฏิบัติราชการที่เกี่ยวข้องกับบริการประชาชนต้องกำหนดเวลาแล้วเสร็จและประกาศให้ประชาชน และข้าราชการทราบ

                             - การติดต่อสอบถามจากประชาชนหรือจากส่วนราชการต้องตอบ หรือแจ้งผลการดำเนินการในสิบห้าวัน

                             - ต้องจัดระบบเครือข่ายสารสนเทศเพื่ออำนวยความสะดวกกับประชาชนในการติดต่อสอบถามหรือขอข้อมูล

                             - กรณีที่มีคำร้องเรียน เสนอแนะ หรือความคิดเห็นต่อการปฏิบัติราชการ ส่วนราชการต้องดำเนินการและแจ้งให้บุคคลนั้นทราบผลด้วย

                             - หน่วยงานที่มีอำนาจออกกฎ ระเบียบ เพื่อบังคับกับส่วนราชการอื่น มีหน้าที่ตรวจสอบว่าสมควร ปรับปรุง กฎ ระเบียบดังกล่าวให้เหมาะสม และในกรณีที่ได้รับการร้องเรียนหรือเสนอแนะจากข้าราชการหรือส่วนราชการอื่นในเรื่องใด ต้องพิจารณาโดยทันที

                             - ต้องจัดให้มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับงบประมาณรายจ่ายประจำปี รายการเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง และสัญญาใดๆ ที่ได้อนุมัติให้จัดซื้อจัดจ้างแล้ว ให้ประชาชนสามารถขอดูหรือตรวจสอบได้

                             - นอกจากการที่ส่วนราชการต้องจัดให้มีการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติตามแผนปฏิบัติราชการตามปกติแล้ว ให้มีการประเมินผลจากคณะผู้ประเมินอิสระเกี่ยวกับผลสัมฤทธิ์คุณภาพการให้บริการ ความพึงพอใจของประชาชน ความคุ้มค่าในภารกิจ

                             - ในการประเมินผลการปฏิบัติงานของข้าราชการ ให้ประเมินโดยคำนึงถึงผลการปฏิบัติงานเฉพาะตัวของข้าราชการ ประโยชน์และผลสัมฤทธิ์ที่หน่วยงานได้รับจากการปฏิบัติงานของข้าราชการผู้นั้น

องค์ประกอบ ก.ธ.จ.

ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัด พ.ศ. ๒๕๕๒ (ข้อ ๕) ก.ธ.จ.ประกอบด้วย

          - ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีเขตอำนาจในจังหวัดเป็นประธาน

          - ผู้แทนภาคประชาสังคม

          - ผู้แทนสมาชิกสภาท้องถิ่นที่ไม่ได้ดำรงตำแหน่งผู้บริหาร

          - ผู้แทนภาคธุรกิจเอกชน

                            กรรมการผู้แทนภาคประชาสังคม กรรมการผู้แทนสมาชิกสภาท้องถิ่น กรรมการผู้แทนภาคธุรกิจเอกชน มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสามปีนับแต่วันที่ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีลงนามรับรองรายชื่อกรรมการเป็นรายจังหวัด

อำนาจหน้าที่ ก.ธ.จ. (ข้อ ๒๒)

          ๑) สอดส่องการปฏิบัติภารกิจของหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ของรัฐในจังหวัดให้ใช้วิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี

          ๒) แจ้งให้ผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานอื่นของรัฐที่เกี่ยวข้องแล้วแต่กรณี เพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ ในกรณีที่พบว่ามีการละเลยไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ หรือข้อบังคับ หรือมีกรณีที่เป็นการทุจริต

          ๓) เสนอแนะแนวทางการปฏิบัติและการส่งเสริมตามหลักคุณธรรม จริยธรรมและธรรมาภิบาลเพื่อการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีของหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ของรัฐแก่ผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานของรัฐในจังหวัด

          ๔) ติดตามการปฏิบัติตามมติ ก.ธ.จ.

          ๕) แต่งตั้งที่ปรึกษาด้านวิชาการ การประชาสัมพันธ์หรือด้านอื่น จำนวนไม่เกิน ๓ คน

          ๖) ประชาสัมพันธ์ผลการปฏิบัติหน้าที่ต่อสาธารณะตามที่เห็นสมควร

การปฏิบัติหน้าที่สอดส่องของ ก.ธ.จ.

         (ข้อ ๒๓) การปฏิบัติหน้าที่สอดส่องของ ก.ธ.จ.ตามระเบียบฯ ข้อ ๒๒(๑) อย่างน้อยต้องมีการสอดส่องหน่วยงานของรัฐ และเจ้าหน้าที่ของรัฐภายในจังหวัด ดังนี้

                   ๑) ปฏิบัติภารกิจให้เป็นไปตามกฎหมายเพื่อรักษาประโยชน์ส่วนรวม รวมตลอดถึงไม่ละเมิดสิทธิและเสรีภาพของประชาชน

                   ๒) ปฏิบัติภารกิจเพื่ออำนวยความสะดวก ให้บริการและสนองความต้องการของประชาชน

                   ๓) ปฏิบัติภารกิจเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน

                   ๔) ปฏิบัติภารกิจให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจ มีประสิทธิภาพและมีความคุ้มค่า

                   ๕) ปฏิบัติภารกิจโดยไม่มีขั้นตอนการปฏิบัติงานเกินความจำเป็น ให้ทันต่อสถานการณ์ โดยเฉพาะในเรื่องที่เป็นความเดือดร้อนและทุกข์ยากของประชาชน

                   ๖) ปฏิบัติภารกิจโดยยึดหลักการมีส่วนร่วมของประชาชน และการเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส

                   ๗) ปฏิบัติภารกิจโดยมีการติดตาม ตรวจสอบและประเมินผลการปฏิบัติงานสม่ำเสมอและเผยแพร่ต่อสาธารณะ

ข้อ (๒๖) ให้ ก.ธ.จ.มีอำนาจออกหนังสือแจ้งให้หน่วยงานของรัฐ ผู้ว่าราชการจังหวัด ที่ปรึกษาด้านวิชาการ การประชาสัมพันธ์ หรือด้านอื่นๆ และบุคคลที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม หรือจัดส่งเอกสารหรือข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อประกอบการพิจารณาได้ตามความจำเป็น